ถามมา-ตอบไป>>

ถาม
เวลาตื่นนอนจะปวดต้นคอและมีเสียงดังเมื่อหันไปด้านซ้ายและขวา พอก้มหน้าหงายหหน้าขึ้นจะปวดต้นคอมากพร้อมปวดหัวไหล่ด้านขวาบางครั้งก็มีเสียงหากยกแขนขึ้นลง เป็นมาเกือบเดือนแล้ว พอทาพิมเสมน้ำหรือยาหม่องก็บรรเทาอาการปวดลง แต่ต้นคอยังดังตลอดเวลา ตรงก้านต้นคอจะตึงมากหากก้มทำกิจกรรมต่างๆ นำหนักฉัน40ก.ก สูง147 อายุ33 ปี ไม่เคยพบหมอ และไม่ได้รับอุบัติเหตุใดๆมาก่อน ช่วยตอบหน่อยคะ ขอบคุณมากคะ
ตอบ
คุณคนเมืองละโว้  บ่นมีเสียงที่คอเวลาหันซ้ายและขวา  และมีอาการปวดคอร่วมด้วย อาการเสียงดังที่คอพบได้บ่อยในคนปกติ  สาเหตุจาก  ผิวกระดูกบริเวณคอเสียดสีกัน ทำให้มีเสียงได้ สำหรับคนอายุน้อยจะหายไปได้เองครับ  ถ้าไม่มีอาการปวดร่วมด้วยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ อาการปวดบริเวณคอที่อันตรายก็คือมีอาการปวดคอและร้าวไปบริเวณมือและแขน  ซึ่งแสดงว่าหมอนรองกระดูกไปกดของเส้นประสาทจำเป็นต้องไปพบแพทย์ศัลยกรรมประสาท  แต่ถ้าดังที่คอและไม่มีอาการปวดไม่ต้องกังวลหรอกครับไม่อันตรายอะไร

ถาม
คือพอดีแม่ของดิฉันท่านปวดสะโพกและก็ขามากเลยพาไปหาหมอ หมอบอกว่า ท่านเป็นโรคกระดูกทับเส้น ท่านจะปวดมาก เวลาเดินแกจะเดินงอตัว ตอนนี้ท่านอายุ 61 ปี เคยไปหาคุณหมอและจะผ่าตัดแต่คุณหมอบอกว่าผ่าไม่ได้ เพราะแกเป็นโรคความดันโลหิตสูง และ มีโรคหัวใจแทรกคุณหมอบอกว่าท่านอาจได้รับอันตรายในการผ่า ถ้าผ่าอาจเป็นหนักกว่าเดิม คุณหมอเลยให้ทำกายภาพบำบัดเอา เลยอยากถามค่ะว่า คุณแม่ดิฉันสามารถรักษาโดยการผ่าตัดหรือวิธีอื่นได้อีกหรือเปล่าค่ะ เพราะดิฉันเห็นเวลาแกปวดแล้วแกจะนอนร้องให้ แบบทรมานมากค่ะ
ตอบ
     คุณแม่ของคุณ  ถ้าเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท  ซึ่งจำเป็นต้องเอกซเรย์พิเศษที่เรียกว่า  MRI  จึงจะวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง  และแม่นยำว่ามีการทับเส้นประสาทมากน้อยแค่ไหน  ถ้าไม่เห็นภาพเอกซเรย์  MRI การวินิจฉัยอาจจะไม่แน่นอน  อาจจะเป็นโรคอย่างอื่นก็ได้  หมอแนะนำให้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ (Orthopaedic  Surgeon) หรือแพทย์ศัลยกรรมประสาท (Neurosurgeon )  จะบอกโรคได้แน่นอน
      ถ้ามีการกดเส้นประสาทมากและทำให้ขาอ่อนแรงปวดมาก  จำเป็นต้องทำผ่าตัดก็ต้องเสี่ยงทำเพราะไม่เช่นนั้นจะปวดทรมานมากทีเดียว  ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจร่วมด้วยก็สามารถทำการผ่าตัดได้ครับ  แต่ต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าและได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจก่อนและหลังผ่าตัด

ถาม
คุณหมอคะ ตอนนี้พี่ชายกำลังรักษาตัวอยู่ที่ รพ. นพรัตน์ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุมา ทำให้ต้องผ่าตัดเปลี่ยน หัวกระดูกสโพก และข้อสะโพก อยากทราบว่าค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ หรือ มีที่ไหนที่เค้าบริจาค หัวสะโพกเทียมบ้างไหมคะ (จะผ่าตัดวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม 51) นี้ค่ะ รบกวนตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ตอบ
    ข้อสะโพกเทียมที่มีหัวกระดูกเทียมและเบ้าเทียม  ราคาข้างละ 40,000–70,000 บาท แล้วแต่บริษัทที่จำหน่าย  ถ้าเปลี่ยนเฉพาะหัวกระดูกเทียมและไม่ใช้เบ้าเทียมราคาจะถูกกว่า 40,000 บาท/ข้าง ในโรงพยาบาลของรัฐ  เช่น  โรงพยาบาลนพรัตน์  จะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คือ  ค่าหัอง, ค่าห้องผ่าตัด, ยาและอุปกรณ์ต่าง ๆ  จะต้องใช้เพิ่มจากค่าข้อเทียมอีกราว 30,000– 50,000  บาท  การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมที่ผ่าตัดในโรงพยาบาลของรัฐจะไม่ต้องเสียค่าแพทย์ดมยาและแพทย์ผ่าตัด  ซึ่งจะต้องเสียเพิ่มมากขึ้นในโรงพยาบาลเอกชน
      ผมไม่ทราบว่าพี่ชายของคุณ  ใช้สิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม  ก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ  ครับ  ขณะนี้ไม่มีสถาบันแห่งใดบริจาคข้อสะโพกเทียมหรอกครับ

ถาม
คุณแม่กำลังจะผ่าตัดข้อเข่าที่พระนั่งเกล้าในเดือนธันวาคม’51 โดยใช้บัตรทอง (คุณแม่อายุ 73 ปี) ก่อนหน้านั้นมีอาการปวด และตอนนี้ขาเริ่มโก่งมากขึ้น จึงได้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า คุณหมอก็ใจดีมากนัดให้คุณแม่ผ่าวันที่ 15 ธันวานี้ค่ะ (ใช้สิทธิ์บัตรทอง) แต่สิ่งที่พวกเรากังวลไม่แพ้คุณแม่ เพราะทราบว่าข้อเข่าเมื่อผ่าตัดแล้วบางคนไม่สามารถงอเข่าได้ เหมือนลักษณะขาแข็ง จึงต้องเรียนปรึกษาว่าปัจจุบันนี้มีข้อเข่าที่ผ่าแล้วสามารถงอได้หรือไม่และจะทราบได้อย่างไรว่าทางโรงพยาบาลจัดข้อเข่าแบบไหน เพราะจริง ๆ แล้วถ้าคุณแม่ผ่าตัดแล้วก็อยากให้คุณแม่สามารถเดินได้ งอเข่าได้ และถ้าหากจำเป็นต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายจะประมาณเท่าไหร่ อย่างไรคะ รบกวนตอบให้ด่วนด้วย จะเป็นพระคุณยิ่งค่ะ
ตอบ
    คุณแม่ของคุณ Tue  จะทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมวันที่ 15 ธันวาคมนี้  ข้อเข่าเทียมความจริงมี 2 ชนิดใหญ่ๆ ในคนอายุมากเหมือนคุณแม่จะใช้เป็นซีเมนต์เพื่อให้ข้อเข่าเทียมติดกับกระดูกทันทีและสามารถลงน้ำหนักได้เลยหลังการผ่าตัด  อีกชนิดหนึ่งไม่ต้องใช้ซีเมนต์แต่ใช้ในคนอายุน้อยต้องใช้เวลา 6 สัปดาห์หลังผ่าตัดจึงจะลงน้ำหนักได้  หมอเชื่อแน่ว่าหมอที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าจะใช้แบบแรกที่ใช้ซีเมนต์มากกว่า  การงอเข่าได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 อย่าง คือ

  1. แพทย์ทำผ่าตัดได้ดีถูกต้อง
  2. ผู้ป่วยต้องตั้งใจบริหารเข่าหลังการผ่าตัด

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข้าเทียมได้ผลดีมากครับ ทำให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากและโดยจะได้ประโยชน์อย่างน้อย 3 อย่างด้วยกันคือ

  1. เข่าที่เคยโก่งจะตรงหลังการผ่าตัด
  2. อาการปวดที่เข่าจะหายอย่างปลิดทิ้ง
  3. จะเหยียดเข่าเต็มที่และงอได้อย่างน้อย 90 องศา

ข้อเสียของการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีอย่างเดียวก็คือมีอายุการใช้งานได้นาน 20 ปี ตั้งแต่วันผ่าตัด  คือจะมีการหลวมได้

ถาม
ผมผ่าตัดต่อเอ็นข้อเข่าข้างซ้ายมาประมาณ 5 เดือนแล้ว(บาดเจ็บจาการเล่นฟุตบอล) ตอนนี้ยังเดินไม่ถนัดเลย ตอนที่เดินช่วงที่งอเข่าบางครั้งมันจะขัดกันจนมีเสียงกึก ตอนนี้ขาข้างซ้ายยังคงเล็กกว่าขาข้างขวาอยู่มาก เวลาเดินหรือยืนสักพักจะเจ็บขาทั้งสองข้าง ที่ผ่านมาบริหารโดยการงอขาแล้วเหยียดตึงประมาณ10วินาทียกถุงทราย1.5Kg วันละประมาณ 30-40 ครั้ง 1. ผมควรบริหารท่าไหนบ้าง จำนวนเท่าไหร่ดี 2. 5 เดือนมาแล้วจากอาการถือว่าฟื้นช้าไหมครับ กลัวจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมมาก 3. ผมยังมีโอกาสไปเที่ยวเดินทางไกลได้ไหมครับ เช่น เดินขึ้นภูกระดึง ปัจจุบัน ผมอายุ 34 ปี น้ำหนัก 58 Kg สูง 170 cm
ตอบ
    คุณ  kol  ได้รับการผ่าตัดต่อเอ็นไขว้ด้านหน้าของเข่า  ซึ่งพบได้บ่อยมาก  การผ่าตัดต่อเอ็นจะทำได้  2  วิธี  วิธีแรกโดยการผ่าตัดเปิดกว้าง  และอีกวิธีเป็นการผ่าตัดส่องกล้อง  ซึ่งทั้ง  2  วิธีได้ผลดีมากครับ
      5  เดือนหลังการผ่าตัดไม่ช้าหรอกครับ  ปกติจะสามารถเดินออกกำลังกายเบา ๆ  ได้ในระยะเวลา  2  เดือนหลังการผ่าตัด  และออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาได้ในระยะเวลา  6 – 9  เดือน  หลังการผ่าตัด
     การออกกำลังกายหรือบริหารเข่าที่คุณ  Mongkol  เล่ามาใช้ได้เรียกว่า  Quadricep  exercise  การบริหารโดยวิธีนี้จะทำให้ขาข้างซ้ายที่เล็กจะโตได้ครับ  แต่ต้องใจเย็นนะครับมันจะไม่โตทันทีทันใด  จะต้องใช้เวลานานพอสมควรครับ
     ส่วนอาการเสียงดังถึงในเข่า  ถ้ายังคงมีอาการอยู่ควรจะกลับไปพบแพทย์ที่ทำผ่าตัดเพื่อทำการแก้ไข
                ผมขอตอบคำถามดังนี้
                1.  การบริหาร  Quadricep  exercise   ที่ทำอยู่ใช้ได้แล้ว
                2.  โรคข้อเสื่อมจะเกิดขึ้นได้ครับ  แต่ถ้าซ่อมเส้นเอ็นได้ดีจะมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมได้น้อย
                3.  เมื่อหายเป็นปกติดีแล้วก็สามารถเดินทางไปไหนมาไหนตามปกติครับ

ถาม
สวัสดีค่ะ คุณป้าดิฉันเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมค่ะ ได้ไปพบคุณหมอมาแล้วและหมอแนะนำว่าให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แต่คุณป้าดิฉันไม่อยากผ่าตัด อยากให้ช่วยแนะนำการดูแลรักษา การเลือกกินอาหาร การออกกำลังกาย และโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ค่ะ
ตอบ
    คุณป้าของคุณเรือน  เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมแพทย์แนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม  คุณป้าปฏิเสธการผ่าตัด  อยากจะรักษาโดยไม่ต้องทำการผ่าตัด  ซึ่งสามารถทำได้แต่คุณภาพชีวิตจะไม่ดีเลย  ปกติคนเราต้องการ
      1.  การสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้  เช่น  อยู่ในบ้านทำงานบ้านช่วยตัวเองในบ้านได้  เข้าห้องน้ำ  อาบน้ำ  แต่งตัวเองได้  ไม่สามารถจะออกไปนอกบ้านได้
     2.  การมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้  หมายความสามารถทำการออกกำลังกายที่เราอยากทำได้  เดินทางไกล ๆ ได้  ดูหนัง  ดูละครได้  ขับรถ  ทำทุกอย่างที่ตนเองอยากทำ
     จะเห็นว่าความปวดเข่าจะไม่สามารถทำในข้อ 2 ได้ แต่ทำในข้อ 1ได้  คุณป้าอยากจะทำในข้อ 1 ได้  ก็น่าจะมีชีวิตอยู่ได้  เหมือนคนเฝ้าบ้าน  ซึ่งน่าเสียดายด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่  ช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถที่จะทำ Activity ในข้อ 2 ได้
       1.  การรับประทานอาหาร  ไม่ช่วยในคนที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม  เพียงแต่ลดน้ำหนักอย่าให้อ้วนก็ช่วยได้บ้างครับ
       2.  ออกกำลังกาย  โดยการเดินหรือวิ่งไม่ได้  จะทำให้เข่าปวดมากขึ้นออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ  หรือเดินในน้ำได้
      3.  โรงพยาบาลเกือบทุกแห่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ  อายุรศาสตร์โรคข้อและเวชศาสตร์ฟื้นฟู  สามารถให้การรักษาในลักษณะทรงกับทรุดเท่านั้น

ถาม
ผมปวดหัวเข่ามากครับ เวลาเดินจะดัง กร๊อบแกร๊บ ปวดถึงขนาดงอหัวเข่าไม่ได้เลย วันก่อนข้ามถนนผมซุปเปอร์ไฮเวย์ จะวิ่งก็ปวดจนก้าวไม่ออก เกือบไม่ทัน ปวดมาก รถเกือบชนผมครับ ไปหาหมอที่รพ. แห่งหนึ่ง เค้าให้แต่ยาแก้ปวดมาครับ ผมเลยไปปรึกษาเภสัชกร เค้าให้ยา Viartril- S มาทานครับ เป็นซอง ทานทุก ๆ เช้า ก่อนอาหาร 15 นาที แล้วถ้าผมทานครบกล่องแล้วมันจะหายปวดไหมครับ สรุปผมเป็นโรค หัวเข่าเสื่อมรึเปล่าครับ เข่าผมไม่บวม นะครับ
ตอบ
    คุณบุญ เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมครับ การให้ Viatril – s ก็ช่วยได้ครับแต่จะรับประทานเป็นเวลานานหน่อย สำคัญที่สุดก็คือการพักอย่าเดินไปไกล ๆ หรือวิ่งออกกำลังกายจะปวดมากขึ้นครับ อริยาบทท่าไหนก็ตามที่ทำให้เข่าปวดต้องหลีกเลี่ยงนะครับ โดยเฉพาะการเดินไกล ๆ , วิ่ง , ขึ้นบันไดสูง ๆ จะทำให้เข่าเสื่อมมากขึ้น การพักและการบริหารเข่าโดยการเหยียดเข่าให้ตรง 3 วินาทีแล้ว งอ นับไป 1 ทำอย่างนี้ชุดละ 10 ครั้ง ทำ 10 ชุด ทั้งหมดทำ 100 ครั้ง / วัน อาการปวดเข่าจะทุเลาครับ

ถาม
ผมอายุ 35 ปี สูง 181 หนัก 73 ครับ มีอาการเจ็บเข่าแป็ลบๆ ไปรักษาที่วิชัยยุทธคุณหมอได้มีการเอ็กซเรย์ธรรมดาและบอกว่าไม่มีอะไรให้ Virtrilมากินไปเรื่อยๆและทำกายภาพบำบัดควบคู่กันไป และทางมูลนิธิโรคข้อก็วินิจฉัยว่าผมเป็นข้อเข่าอักเสบแต่เป็นไม่มากยังไม่ถึงกับเสื่อม ซึ่งผมได้ไปทำ MRI ที่ทำงานทำฟรีครับแต่ยังไม่มีหมอมาดูผลเจ้าหน้าที่รังสีอ่านผลคร่าวๆว่ามีน้ำในข้อนิดหน่อยและรู้สึกจะเคลื่อนนิดๆซึ่งยังไม่ชัดเจน อาจต้องให้หมอดูผลอีกที จึงอยากเรียนถามว่า 1.ถ้ามีน้ำในข้อนิดหน่อยจะต้องดูดออกไหม และจะกลับมามีอีกไหม 2.เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะเคลื่อนเล็กน้อยจะต้องผ่าตัดหรือไม่และจะมีวิธิรักษาอย่างไร 3.ผมจะนำผลMRI ไปให้คุณหมอที่รักษาอยู่ช่วยดูได้หรือเปล่าเผื่อจะได้มีการวินิจฉัยใหม่ 4.ถ้าสมมุติว่าเข่าไม่เคลื่อนแต่มีน้ำในข้อถ้ากินยา virtril ไปเรื่อยๆจะดีขึ้นหรือหายไหมครับ ช่วยกรุณาตอบด้วยครับคุณหมอ...
ตอบ
    การทำ MRI  ในข้อเข่าไม่มีความจำเป็นหรอกครับ  ค่าใช้จ่ายสูงโดยไม่จำเป็น  ถ้าคิดว่าทำฟรีก็ไม่ว่ากัน  การมีน้ำในข้อเข่า   คือ  การบอกถึงการอักเสบของข้อเข่าครับ
       1.  น้ำในข้อเข่าจำนวนเล็กน้อย  ไม่จำเป็นต้องดูดออกครับ  จะมีมากขึ้นถ้าใช้เข่ามากขึ้น  มันจะถูกดูดซึมกลับเข้าร่างกายได้  โดยการรับประทานยา , กายภาพบำบัดและพักเข่า
        2.  ทำ  MRI   ไปหาแพทย์ที่ปรึกษาได้ครับ   แต่การรักษาก็คงจะไม่เปลี่ยนแปลงมาก
        3.  การรับประทานยา  Viatril   ก็รับประทานได้ครับแต่ถ้าต้องรับประทานในระยะยาวจึงจะได้ผล

ถาม
ตอนนี้ดิฉันอายุ54ปี นำหนัก74กก. เมื่อปี 2534 ซ้อนรถมอเตอร์ไซดน้องชายแล้วหัวเข่าไปกระแทกกันชนรถรู้สึกเจ็บเหมือนเนื้อช้ำประมาณ 3 วันแต่ยังเดินได้ดีอยู่หลังจากนั้นเดินได้ปกติ ต่อมาเมื่อปี2548 เริ่มมีอาการปวดกล้ามเนื้อขา เคยนวดแผนไทยบ้างปีละ2-3 ครั้ง ไปพบแพทย์รับยาคลายกล้ามเนื้อมาทาน เดือนเว้นเดือน เดือน พ.ค.ปี2550 ขณะที่ก้าวขาลงจากรถประจำทาง เข่าข่างซ้ายขัดเพื่อนช่วยพยุง เพราะเดินไม่ได้เกิดอาการปวดมาก หมอให้ยาแก้ปวดมาทาน 3 วันต่อมา เข่าบวมมาก หมอให้ยาแก้เข่าอักเสบมาทานออาการพอทุเลา ยังเดินไม่ถนัดแต่ต้องมาทำงาน เดินไปไหนยังลำบากมาก เดือนก.ค. ไปทำกายภาพ อาการดีขึ้น เกือบเป็นปกติ เดือน ต.ค. เข่าข้างขวาเป็นอีก จึงทำกายภาพข้างขวาหยุดทำข้างซ้าย ขณะนี้เกิดอาการปวดบางวัน ปวดทั้งกลางวันและกลางคืน ยาเมื่อทานแล้วมีผลต่อตับ ทำให้ตับมีปัญหา และเริ่มเป็นโรคความดัน 138-89 ขาเริ่มโก่งออก เห็นได้ชัดเจน น่าเกลียดมาก จะรักษาอย่างไรบ้างขอกำลังใจด้วย
ตอบ
    
คุณหญิงปวดขา  อายุ 54  ปี  ได้รับอุบัติเหตุที่เข่าขวา  จนอาการที่เข่าขวาดีแล้ว ส่วนเข่าซ้ายมีอาการขณะลงจากรถประจำทาง  ทำให้เข่าซ้ายปวด  ได้รับการรักษาโดยกายภาพบำบัด  ขณะนี้ยังมีอาการปวดบางวัน เข่าเริ่มโก่งแล้ว แสดงว่าคุณหญิงปวดขา  เริ่มมีอาการข้อเข่าเสื่อมแล้วนะครับ  อยู่ในระดับเป็นน้อยถึงปานกลาง   ซึ่งจะบอกได้โดยการเอกซเรย์ข้อเข่า   การรักษา   ก็คือ
        1.  พักการใช้เข่าทั้งสองข้าง  อย่าไปเดินไกล ๆ  วิ่ง  หรือจ๊อกกิ้ง  จะทำให้อาการปวดเข่าเป็นมากขึ้น
        2.  บริหารเข่าทั้งสองข้าง  เรียกว่า  Quadricep  Exercise  นักกายภาพบำบัดน่าจะสอนการบริหารท่านี้
        3.  รับประทานยาต้านการอักเสบ  (N – SAIDs )  ยาพวกนี้รับประทานได้ครับ  แต่อาจจะมีการรบกวนกระเพราะอาหาร
      พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันสำคัญมาก  โดยเฉพาะการนั่งยอง ๆ  จะทำให้ปวดมากขึ้น  ลองปฏิบัติดูก่อนนะครับ  ขอให้กำลังใจด้วย

ถาม
เริ่มมีอาการปวดตามข้อมาแล้ว3วันและมีผื่นแดงขึ้ที่ลำตัวไปพบแพทย์แพทย์แจ้งว่าเป็นโรครูมาตอยต์ เพราะดูจากอาการที่แจ้งแพทย์ไปอยากรู้ว่าต้องตรวจเลือดด้วยหรือเปล่าและช่วยแนะนำว่าต้องตรวจที่โรงพยาบาลไหน ถึงจะรู้ว่าเป็นโรครูมาตอยย์ครับอยากขอเบอร์โทรปรึกษาถ้าจะกรุณาค่ะ
ตอบ
     โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  (Rheumatoid  Arthritis )  มักจะเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ( 3:1 )มักจะพบอายุมากกว่า 30  ปีขึ้นไป ซึ่งคุณธนพล  ไม่ได้บอกว่าอายุเท่าใด
     การวินิจฉัยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  จะดูจากประวัติและการตรวจร่างกาย  ก็พอจะวินิจฉัยได้แต่ถ้าโรคหรืออาการไม่ชัดเจนอาจจะต้องเจาะเลือดหารูมาตอยด์แฟกเตอร์ ( Rheumatoid  Factor)  ซึ่งจะผลบวกประมาณร้อยละ  70  ในผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้  อีกร้อยละ  30  แม้ว่าจะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ก็จะให้ผลลบได้
     คุณ มีอาการปวดข้อมา 3  วัน และมีผื่นแถวที่ลำตัวแสดงว่าเป็นอาการเฉียบพลันไม่น่าจะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรอกครับ   ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน  2 – 6  สัปดาห์  ควรจะพบแพทย์   การวินิจฉัยโรคข้อทำกันได้ทุกโรงพยาบาล  โดยไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อ  ( Rheumatologist )  หรือผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ ( Orthopaedic  Surgeon )  ก็ได้ครับ

ถาม
คุณแม่ดิฉันอายุ 56 ปี เป็นโรครูมาตอยด์จะปวดมาก และได้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทั้งสองข้างแล้ว ดิฉันอยากทราบอาหารที่เหมาะสำหรับท่าน
ตอบ
      คุณสุ   เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  ได้รับยารักษาโรคข้อมาและควบคุมได้ดี  การรับประทานอาหารจะรับประทานได้ทุกอย่างไม่มีข้อห้าม  นอกจากรับประทานจานอ้วนเกินไปจะมีปัญหาได้
      คนไทยทั่วไปเมื่อเป็นโรคข้อ  มักจะคิดว่าอาหารเป็นสาเหตุที่ทำให้ปวดข้อ ขณะนี้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์   พิสูจน์ได้อย่างเดียวว่า  เครื่องในสัตว์หรือสัตว์ปีก  มีสารที่มีพิวรีนสูง  ทำให้มีกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้น จะทำให้คนที่เป็นโรคเก๊าท์อยู่แล้ว  มีอาการปวดข้อกำเริบได้  แต่ถ้าคนที่เป็นโรคเก๊าท์  ถ้ารับประทานยาลดกรดยูริก  ก็ยังสามารถรับประทานอาหารพวกเครื่องใน  หรือสัตว์ปีกได้ครับ
      โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  เป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ  รักษาไม่หายขาดต้องรับประทานยาไปตลอดครับ

ถาม
ดิฉันเป็น RA ตั้งแต่อายุ 17 ปัจจุบัน 32 ปีแล้ว น้ำหนัก 48.5 กก สูง 155 ซม.ได้รับยา 1.sulfasalazine 500 mg 2เม็ด เช้า/เย็น 2.calcium carbonate 1250 mg 1 เม็ดก่อนนอน -ตอนนี้มีอาการปวดข้อศอกซ้ายและบวม และมีลักษณะผิดรูปด้วย อยากทราบว่ามียาตัวไหนที่กินแล้วรักษาได้ผลดีและไม่มีผลข้างเคียง -อยากทราบว่ารูมาตอยด์ มีผลกับภาวะการมีบุตรยากหรือไม่ เพราะปัจจุบันแต่งงานมา 3 ปี ไม่ได้คุมกำเนิด แต่ยังไม่มีบุตร -ยากทราบตัวยาที่ใช้รักษารูมาตอยด์ และสถานที่ที่รักษาเฉพาะโรค (เบิกได้) ขอบคุณค่ะ
ตอบ
      ควรจะซื้อหนังสือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์มาอ่านจะได้เข้าใจลึกซึ้งโรคได้ดีขึ้น  มีขายที่มูลนิธิโรคข้อ
         ยา  Sulfasalazine  2   เม็ด  เช้า – เย็น  เป็นยาปรับเปลี่ยนการดำเนินของโรค  ( DMARD )  ถ้าอยู่ได้ไม่ปวดก็ดีแล้ว  ยาในกลุ่มนี้ต้องรับประทานตลอดไปครับ
         ยา  Calcium  Carbonate  คงเป็นยาบำรุงกระดูกเท่านั้นเอง
         ยา  Salfasalazine  นั้น  ช่วยทุเลาและชลอการทำลายของข้อต่อด้วยครับ
      โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  สามารถมีบุตรได้ตามปกติครับ  ไม่เป็นสาเหตุของการมีบุตรยาก  รักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อ ( Rheumatologist )  แพทย์สาขานี้มีอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ของรัฐบาล  เช่น  โรงพยาบาลราชวิถี  โรงพยาบาลรามา  โรงพยาบาลศิริราช  โรงพยาบาลวชิรพยาบาล  โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า  โรงพยาบาลจังหวัดและโรงพยาบาลศูนย์เกือบทุกแห่งครับ

ถาม
เรียนคุณหมอที่เคารพ ผมทุกข์ใจมาก ขอเล่าให้คุณหมอฟังดังนี้ คุณแม่ อายุ 55 สูง 157 หนัก 45 กก.ไปหาหมอที่ คลีนิค เป็นหมอกระดูก เป็นแพทย์ประจำ โรงพยาบาลด้วย หมอบอกว่าสงสัยเป็นโรครูมาตอย แล้วให้ยามารับประทาน ประมาณ 4 เดือน อาการทุเลาบ้างแต่ร่างกายจะเพลียขึ้นมีอาการเหนื่อยและกินยาจนหมด จากนั้นอาการแย่ลง จึงพาแม่ไปที่โรงพยาบาล รามาธิบดี เพื่อตรวจหาโรค แพทย์ได้บอกว่าเป็นโรครูมาตอย โดยการวินิจฉัยของแพทย์ในครั้งนี้ ได้ทำการเอกซเรย์ ตรวจเลือด และได้ให้ยาเป็นแผง ชื่อ ARCOXIA 60 mg.ได้กินเพื่อฟังผลการตรวจ มีอาการหายปวด แต่กินยาหมด และถึงกำหนดที่หมอนัด หนึ่งเดือนจึงกลับไปตามที่หมอนัด พอไปถึงหมอก็ได้สอบถามติดตามอาการแม่บอกว่าดีขึ้น หมอจึงสั่งยาเดิมแต่เพิ่มเป็น 90 mg.และยาวิตามินรวม หมอนัดอีกสองเดือน ครั้งนี้อาการไม่ดี่ขึ้นยังเจ็บบ่อยๆ แต่ได้กินจนยาหมด จึงครบกำหนดไปพบแพทย์อีก แพทย์ได้ให้ยา 1.celebrex 200mg.60 เม็ด 2.Calium carbonate 600 mg. 60 เม็ด 3.Hydroxychloroquine sulphate 200mg. ยายังไม่หมดแต่ไม่ดีขึ้น ถ้าจะเพิ่มประมาณยาจะได้หรือไม่ ปัจจุบันนี้แม่ผอมขึ้นตัวดำขึ้น สงสารแม่มาก จะมีอาการปวดที่ขอมือ ข้อศอกและต้นแขน ตามข้อทุกข้อรุนแรงเป็นบางแห่ง ปวดตลอดเวลา จึงขอถามคุณหมอว่า ผมจะช่วยแม่ผมได้อย่างไร 1.เรื่องยาในเมื่อคุณหมอที่ รพ.รามา ได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรครูมาตอย มียาอะไรไหมที่ว่ามีประสิทธิภาพดีกว่านี้ช่วยบอกด้วย หรือช่วยบอกสถานพยาบาลที่รักษาโรคนี้ได้ดี 2.ในเรื่องอาหารควรจะหาจำพวกไหนให้ท่านทานเพื่อเสริมสุขภาพด้วย 3.วิธีการออกกำลังกาย กายภาพแบบไหนถึงจะช่วยได้บ้าง ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยตอบคำถาม จากสุขสันต์
ตอบ
     ผมเห็นจดหมายของคุณสุขสันต์  รู้สึกเห็นใจจริง ๆ  ครับ  ที่ต้องทุกข์แทนคุณแม่ที่เป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  ตามที่แพทย์รามาธิบดีให้ยานั้น  น่าจะเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ค่อนข้างแน่นอนนะครับ
     คุณสุขสันต์  น่าจะไปซื้อหนังสือโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์จากมูลนิธิโรคข้อ  จะทำให้เข้าใจโรคลึกซึ้งมากขึ้น  ผมจะสรุปให้ฟังดังนี้
        1.  โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  เป็นโรคข้ออักเสบที่เป็นทุกข้อของร่างกาย  จะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนที่นิ้วมือทั้ง  2  ข้าง  รักษาไม่หายขาดแต่สามารถรักษาให้อาการปวดทุเลาลง  บางคนเกือบเหมือนคนปกติ
        2.  เมื่อรักษาไม่หายขาด  ผู้ป่วยต้องรับประทานยาหรือฉีดยาตลอดชีวิต
        3.  ยาที่ให้มีอยู่ 2  กลุ่ม
     กลุ่มยาต้านการอักเสบ  ( N-SAIDs ) ยา Acroxia  ก็อยู่ในกลุ่มยาต้านการอักเสบ Celebrex  ก็เป็นยาในกลุ่มนี้  จะช่วยลดการอักเสบเท่านั้น  ไม่ได้รักษาโรคนี้โดยเฉพาะ  แต่ช่วยรักษาอาการที่มีการอักเสบมาก ๆ  เพื่อทุเลาอาการเท่านั้น  
      กลุ่มยาปรับเปลี่ยนการดำเนินโรค  ( DMARD ) เป็นยาที่สำคัญมากออกฤทธิ์ช้า  แต่จะกดการอักเสบได้นานและจะได้ผลดีหลัง 3 เดือนไปแล้วหรือนานกว่านั้น  ยาที่รับประทานอยู่แล้วคือ  Hydroxychloroquine  sulphate  นอกจากนั้น  ก็มียาเกลือทอง, ซัลฟาซาลาซีน , อาราวา  ซึ่งต้องลองใช้ยาว่าผู้ป่วยจะได้ผลดีกับยาชนิดใด  และต้องใช้เวลานานมาก
       การรักษาโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  น่าจะเป็นหมอโรคข้อ ( Rheumatologist ) จะดีกว่า แต่หมอเชี่ยวชาญนี้มีน้อยมากไม่ถึง  100  คน ทั่วประเทศ  ดังนั้นจะมีหมอผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ  (Orthopaedic  Surgeons )  ซึ่งมีอยู่ประมาณ  1,000  คน  ทั่วประเทศ  แพทย์กลุ่มหลังนี้ก็สามารถจะรักษาโรคข้อทางยาได้เหมือนกัน
        หมอแนะนำว่ารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์  จังหวัดขอนแก่น  จะดีกว่าที่นั้นมีหมอเชี่ยวชาญโรคข้ออยู่หลายคนไม่ต้องวิ่งเข้ามารักษาในกรุงเทพฯ  หรอกครับ   อาหารไม่เกี่ยวข้องกับโรคนี้

 หน้า  1  |  2