หัวข้อเก่า : โรคข้อวันนี้
Go to :

 


การใช้เครื่องมือช็อคเวฟในการรักษาผู้ป่วยเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบ

รศ.พญ.วิไล คุปต์นิรัติศัยกุล
ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล

เครื่องช็อคเวฟเป็นอุปกรณ์ทางฟิสิกส์ที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่ง มีการนำมาใช้รักษาผู้ป่วยในโรคการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณต่างๆในร่างกายมาร่วม 20 ปี เช่น การอักเสบบริเวณเอ็นร้อยหวาย เอ็นข้อศอก เอ็นหุ้มข้อหัวไหล่ รวมถึงเอ็นบริเวณใต้ฝ่าเท้า เป็นต้น ซึ่งโดยรวมพบว่าให้ผลในการลดอาการปวด และไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาใดๆ ที่เป็นอันตรายอย่างไรก็ตาม บทความนี้จะกล่าวเฉพาะการใช้เครื่องช็อคเวฟในการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดบริเวณส้นเท้าหรืออีกนัยหนึ่งคืออาการปวดบริเวณรองช้ำนั่นเอง

บริเวณใต้ฝ่าเท้าของคนเรา มีเอ็นหรือพังผืดซึ่งเกาะบริเวณส้นเท้าแล้วแผ่กว้างไปยังปลายนิ้วเท้า (รูป 1) เวลายืนหรือเดินจะมีแรงกดยืดพังผืดนี้ออก เสมือนมีแรงกระชากบริเวณที่เกาะของเอ็นหรือพังผืดนี้ จากที่เกาะบริเวณปุ่มกระดูก ในผู้ที่มีการอักเสบของเอ็นหรือพังผืดใต้ฝ่าเท้านี้ จะมีอาการปวดแปล๊บบริเวณกระดูกส้นเท้าซึ่งเป็นที่เกาะของเอ็น และจะมีอาการปวดมากในช่วงเช้า โดยเฉพาะก้าวแรก ๆ ของแต่ละวัน ในรายที่มีการอักเสบเรื้อรัง อาจพบว่ามีหินปูนเกาะบริเวณนี้ได้ในภาพเอ็กซเรย์เท้า ซึ่งบ่งบอกถึงความเรื้อรังของโรค อาการเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบนี้สามารถหายเองได้ถึงร้อยละ 80 หากแต่ใช้เวลาเป็นปี ดังนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมาพบแพทย์เพื่อหาวิธีลดอาการปวดอันทรมานนี้

การรักษาผู้ป่วยโรคเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบนี้ สามารถทำได้หลายวิธี เช่นพักการใช้งาน ไม่ลงน้ำหนักเท้าข้างที่ปวด การใช้ยาแก้ปวด-ลดการอักเสบชนิดต่างๆ พยายามหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องมีแรงกระแทกบริเวณขาข้างนั้น เช่น การเล่นกีฬาที่ต้องกระโดด บริหารยืดเอ็นกล้ามเนื้อ การทำกายภาพบำบัดวิธีต่างๆ เช่น การใช้คลื่นเสียงมาบำบัด การใช้เลเซอร์ลดอาการปวด การปรับรองเท้าให้เหมาะสม หรือการใช้กายอุปกรณ์เสริมบางอย่างบริเวณเท้า เป็นต้น บางรายอาจเลือกวิธีการฉีดยาสเตียรอยด์ซึ่งเป็นยาต้านอักเสบอย่างแรงบริเวณที่ปวด หรือสุดท้ายในรายที่มีอาการมากและเป็นเรื้อรัง จะเลือกวิธีการผ่าตัดแก้ไข

ช็อคเวฟเป็นเพียงวิธีการหนึ่งของการรักษาที่มีผู้สนใจนำมาใช้รักษาโรคนี้เท่านั้น จากการทบทวนรายงานการศึกษาในต่างประเทศในช่วง 10 ปีหลังนี้ พบว่า 8 ใน 9 การศึกษารายงานว่าได้ผลดี สามารถลดอาการปวดได้ร้อยละ 64-88 ทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินได้ดีขึ้น และเมื่อสอบถามให้ผู้ป่วยประเมินผลของการรักษา ร้อยละ 69.1 ประเมินว่าได้ผลดีเยี่ยม ร้อยละ 13.6 ดี ร้อยละ 6.2 ปานกลาง และร้อยละ 11.1 ไม่ดี เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบมาตรฐานพบว่าร้อยละ 55 บอกว่าดี ร้อยละ 36 ปานกลาง และร้อยละ 9 ประเมินว่าไม่ดี แต่ไม่มีใครในกลุ่มนี้ประเมินว่าได้ผลดีเยี่ยมเหมือนในกลุ่มรักษาด้วยเครื่องช็อคเวฟ รวมทั้งมีการติดตามผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มไปอีกนาน 3-6 ปี พบว่าอัตราการเกิดโรคซ้ำในกลุ่มช็อคเวฟเท่ากับร้อยละ 11 ในขณะที่กลุ่มควบคุมพบการเกิดซ้ำเท่ากับร้อยละ 55

อีกรายหนึ่งซึ่งเป็นการรวบรวมการศึกษาหลาย ๆ ฉบับมาทำการวิเคราะห์ พบว่าการใช้ช็อคเวฟได้ผลดีในการรักษาถึงร้อยละ 88 และแนะนำให้ใช้วิธีนี้ก่อนการผ่าตัด และก่อนการเลือกใช้ยาสเตียรอยด์ฉีด นอกจากนี้มีการส่งแบบสอบถามผู้ป่วยที่มารับการรักษาด้วยเครื่องช็อคเวฟ 874 ราย ตอบกลับ 377 ราย พบว่า ร้อยละ 70 ของผู้ที่มีอาการปวดมากๆ ประเมินว่าอาการปวดลดลงที่เวลา 3 เดือน อีกทั้งร้อยละ 69 บอกว่าจะแนะนำเพื่อนที่มีอาการเหมือนตนให้รักษาด้วยวิธีนี้ อย่างไรก็ตามทุกรายงานรายงานตรงกันว่าไม่พบภาวะแทรกซ้อนจากการรักษา จึงช่วยให้ความมั่นใจได้ว่าการรักษาด้วยเครื่องช็อคเวฟนี้ค่อนข้างปลอดภัย

แม้ว่าการศึกษาส่วนใหญ่จะรายงานว่าการใช้ช็อคเวฟมีผลดีในการรักษาโรคเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบก็ตาม แต่ยังมีคำถามอีกหลายคำถามที่ต้องการคำตอบ เช่น ขนาดของคลื่นที่ใช้ ความถี่และระยะเวลาการรักษา ซึ่งมีความหลากหลายในแต่ละรายงาน ทำให้เกิดความลำบากในการตัดสินขนาดที่แนะนำให้ใช้ อีกทั้งราคาค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนึงถึงเพราะการรักษาทุกอย่างมีต้นทุน พิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจเลือกใช้

สรุป

การใช้เครื่องช็อคเวฟในการรักษาผู้ป่วยเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบนั้น ส่วนใหญ่ให้ผลดีในการลดอาการปวด เพิ่มความสามารถในการเดิน ผู้ป่วยมีความพึงพอใจ ไม่พบภาวะแทรกซ้อน มีอัตราการเกิดโรคซ้ำต่ำกว่าวิธีมาตรฐานอื่น และสุดท้ายควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นด้วย