การบาดเจ็บของเส้นเอ็นไขว้หน้าและการผ่าตัดส่องกล้อง
Anterior Circulate Ligament injury and Orthotropic surgery
 
พันตำตรวจตรี นายแพทย์วิชาญ กาญจนถวัล
ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์
โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
 
     การบาดเจ็บของเส้นเอ็นไขว้หน้าของเข่า ( ACL ) แหวนรอบข้อ ( Meniscus ) และผิวกระดูกอ่อนข้อเข่า ( Antichlor Aarticular ) เป็นการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยในวัยหนุ่มสาวจากสาเหตุจากการกีฬา ในขณะเดียวกันการบาดเจ็บในลักษณะเดียวกันนี้ อาจเกิดได้จากชีวิตประจำวัน เช่น การหกล้มแล้วมีหัวเข่าบิดพลิกในแม่บ้านวัยกลางคน เป็นต้น
 
     อาการและอาการแสดงในระยะแรกของการบาดเจ็บผู้ป่วยจะรู้สึกเข่าบิดพลิกอย่างรุนแรงและปวดเข่าอย่างทันที และมีข้อเข่าบวมเนื่องจากมีเลือดออกในข้อเข่า มีอาการเดินลำบาก ติดขัดอยู่สักระยะหนึ่ง โดยทั่วไปประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ดีขึ้น หลังจากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มกลับมาใช้เข่าได้มากขึ้น แต่จะมีปัญหาเนื่องจากข้อเข่าหลวมไม่มั่นคง กิจกรรมที่ต้องหัวเข่าในลักษณะการหมุนบิดตัว ( Twist ) เช่น การหันตัวเลี้ยวอย่างรวดเร็วจะทำให้ไม่ได้เนื่องจากจะมีการเคลื่อนหลุดของข้อเข่า ( Subluxation ) ไม่สามารถเล่นกีฬาที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างอิสระ เช่น ฟุตบอล , บาสเก็ตบอล แต่การออกกำลังกาย เช่น เดิน , วิ่ง , วิ่งสายพาน อาจจะไม่มีปัญหา
 
     ในรายที่มีอาการบาดเจ็บของแหวนรองข้อเข่า และผิวกระดูกอ่อนข้อเข่านั้น ผู้ป่วยโดยทั่วไปจะมีอาการรุนแรงมากกว่าการฉีกขาดของเส้นเอ็นไขว้หน้าเพียงอย่างเดียว อาจมีอาการขัดล็อกทำให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น งอเหยียดเข่าได้ไม่สุด ซึ่งในลักษณะนี้จะต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอีก
 
การตรวจวินิจฉัย
การตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์หรือโดยเฉพาะแพทย์ที่ปฎิบัติงานในสาขาเวชศาสตร์การกีฬา ( Sports medicine ) ถือว่าเป็นการวินิจฉัยที่ดีที่สุด การเอกซเรย์มักพบว่าปกติเนื่องจากมักไม่มีอาการแตกหักของกระดูก การตรวจด้วยเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ( MRI ) ถือว่าเป็นการตรวจที่แม่นยำในระดับ 90 – 95 % แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการตรวจค่อนข้างสูงประมาณ 8,000 – 10,000 บาท จึงควรพิจารณาใช้เมื่อมีความจำเป็น โดยเฉพาะในรายที่มีการบาดเจ็บของแหวนรอบข้อเข่าหรือการบาดเจ็บของผิวกระดูกอ่อน
 
การรักษา
มีคำถามมากมายว่าจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวหรือไม่ จากประสบการณ์การรักษาของผู้เขียนในระยะ 10 ปี พบว่ามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่ให้เน้นหนักความสำคัญอยู่ที่การฉีกขาดของเส้นเอ็นไขว้หน้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งการไม่มีเอ็นไขว้หน้าผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกไม่มั่นคงแต่อาจจะสามารถปรับตัวเกี่ยวกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และดำเนินชีวิตอยู่ได้โดยไม่ ต้องทำผ่าตัด ในทางตรงกันข้ามหากมีการบาดเจ็บของแหวนรองข้อ เช่น แหวนรองข้อฉีกขาด หรือขัดล็อกร่วมกับการฉีกขาดของเส้นเอ็นของเส้นเอ็นไขว้หน้านี้เองเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าควรจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เนื่องจากแหวนรองข้อเข่ามีลักษณะเป็นหมอนกันกระแทกอยู่ระหว่างกระดูกข้อเข่าทั้ง 2 ซึ่งเมื่อมีการบาดเจ็บร่างกายมีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองน้อยมากหรือไม่มีเลย การจะหายของแหวนรองข้อเข่าต้องได้รับความช่วยเหลือ เช่น การเย็บซ่อมหรือการทำให้เรียบจะไม่ทำอันตรายต่อกระดูกอ่อนผิวข้อต่อไป ซึ่งเมื่อร่วมกับการผ่าตัดเพื่อสร้างเส้นเอ็นไขว้หน้าขึ้นใหม่จะทำให้มีความมั่นคงและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนเดิม
 
ความจริงที่ควรทราบ
1. เมื่อเส้นเอ็นไขว้หน้าเกิดการฉีกขาด
จะไม่มีการประสานกันเกิดขึ้นเหมือนเส้นเอ็น
อื่น ๆ ดังนั้นเมื่อมีข้อบงชี้ในการทำผ่าตัดแพทย์จะใช้เส้นเอ็นที่หัวเข่าเส้นอื่น ๆ มาแปลงเป็นเอ็นไขว้หน้าขึ้นใหม่

2. แหวนรองข้อเข่า
เป็นส่วนของร่างกายที่ไม่มีเส้นเลือด เส้นประสาทไปหล่อเลี้ยง เมื่อเกิดการบาดเจ็บฉีกขาดจะต้องให้ความช่วยเหลือ เช่น เย็บซ่อมหรือเล็มให้เรียบ การสูญเสียแหวนรองข้อเข่าส่วนใหญ่เกิดบาดเจ็บแล้วทิ้งไว้ในระยะเวลานานเกินไป เมื่อมีการตัดแหวนรองข้อที่เสียหายออกแล้วจะไม่มีการงอกขึ้นใหม่ สิ่งทดแทนในปัจจุบันคือ การใช้แหวนรองข้อของผู้ตายที่บริจาคร่างกายมาปลูกถ่าย ซึ่งผลการรักษาไม่เป็นที่น่าพอใจนัก

3. การผ่าตัดส่องกล้องคืออย่างไร
ในปัจจุบัน การผ่าตัดสร้างเอ็นไขว้หน้าและการเย็บแหวนรองข้อเข่าถือว่าการผ่าตัดส่องกล้องเป็นมาตรฐานในการรักษา ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นการผ่าตัดในลักษณะบาดเจ็บน้อย
( Minimal invasive forgery ) ให้ผลการรักษาดี การดูแลหลังผ่าตัดและการทำกายภาพบำบัดง่ายกว่าเดิม ผลการรักษาดีกว่าเดิมและบาดแผลที่เกิดการผ่าตัดเล็กลงมากทำให้เห็นผลพลอยได้จากความสวยงามด้วย

4. จะขอรับการรักษาผ่าตัดส่องกล้องได้ที่ใดบ้าง
ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชน มักจะมีบริการผ่าตัดประเภทนี้อยู่เกือบทั้งหมด โดยแพทย์ในกลุ่มเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลเลิดสินให้การรักษาในลักษณะนี้ตั้งแต่ปี 2537 และปัจจุบันให้การรักษาผู้ป่วยมากกว่า 300 รายต่อปี ทั้งข้ออื่น ๆ เช่น ข้อไหล่ ข้อศอกและข้อเท้า เป็นต้น
 
 

หัวข้อเก่า : โรคข้อวันนี้
Go to :